การตีความ - นี่คือกระบวนการของการอธิบายการใช้ถ้อยคำใหม่ตีความความหมายของปรากฏการณ์เพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้น การตีความเป็นคำพ้องความหมาย - การตีความและปรากฎว่ามันเป็นวิธีการอธิบาย, วิทยาศาสตร์ของการตีความของการปรากฏตัวของชีวิตที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังเป็นวิธีการในการศึกษาวิทยาศาสตร์ที่หลากหลาย: คณิตศาสตร์ภาษาศาสตร์จิตวิทยาปรัชญาปรัชญาตรรกะวรรณคดี

คำจำกัดความของการตีความจากวิทยาศาสตร์ทั้งหมดสามารถลดลงเป็นหนึ่งเดียว - นี่คือเทคนิคที่สมมติฐานกลายเป็นจริงกอปรด้วยความหมาย การตีความหมายเป็นกระบวนการของการถอดรหัสระบบที่ซับซ้อน (ข้อความข้อมูลตัวแปรปรากฏการณ์) และทำให้คำจำกัดความที่เข้าใจง่ายขึ้นเป็นรูปธรรมและเรียบง่าย

การตีความเป็นคำพ้องความหมาย - คำอธิบายและคำอธิบายบนพื้นฐานของสิ่งนี้มันสามารถตีความได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจสูตรบางอย่างสัญญาณที่มีความหมายของพวกเขา แต่ตราบใดที่มันไม่ได้ตีความยังไม่ทราบและเข้าใจยาก

การตีความผลการวิจัย

ในขั้นตอนสุดท้ายของการวิจัยการวิเคราะห์และการตีความผลการวิจัยจะเกิดขึ้น ข้อมูลที่ได้จะต้องถูกตีความอย่างถูกต้อง งานการตีความคือการระบุค่าของผลลัพธ์ที่ได้และการนำไปใช้ในทางทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อกำหนดระดับของความแปลกใหม่และความสำคัญในทางปฏิบัติรวมถึงประสิทธิภาพในการใช้งาน

ยากที่สุดคือการตีความผลลัพธ์ที่ไม่ตรงตามเงื่อนไขและความคาดหวังของสมมติฐาน เพื่อหลีกเลี่ยงการตีความที่ผิดคุณสามารถทำการตรวจสอบผลลัพธ์ซ้ำอีกครั้งทบทวนการเริ่มต้นที่เป็นแนวคิดหลังจากนั้นจะทำการวิเคราะห์และตีความผลการวิจัยอีกครั้งสำหรับวิธีการใด ๆ มีหลายคน

วิธีการตีความทางพันธุกรรมเป็นวิธีการอธิบายปรากฏการณ์ผ่านปริซึมของการพัฒนา ontogenetic และสายวิวัฒนาการ วิธีการทางพันธุกรรมช่วยในการระบุความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์ที่ศึกษาและเวลาเพื่อติดตามกระบวนการพัฒนาจากระดับต่ำสุดไปจนถึงรูปแบบสูงสุดของการพัฒนา ส่วนใหญ่มักใช้ในการศึกษาระยะยาว

วิธีการตีความโครงสร้าง - เน้นไปที่คำจำกัดความและคำอธิบายของโครงสร้างของปรากฏการณ์ที่สำรวจ ในหลักสูตรของการศึกษาสถานะปัจจุบันของวัตถุที่มีการอธิบายครั้งแรกคุณสมบัติความลึกคงที่ของมันมีการศึกษาและการเชื่อมต่อระหว่างวัตถุที่มีการศึกษา ดังนั้นโครงสร้างวัตถุจะถูกสร้างขึ้นด้วยความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดในระดับต่างๆขององค์กร วิธีนี้แสดงสถานะของวัตถุได้ดีมากคุณสามารถเข้าใจโครงสร้างของมันในทุกระดับขององค์กรและองค์ประกอบแต่ละอย่างได้อย่างง่ายดาย

วิธีการตีความการทำงานอธิบายการเชื่อมต่อระหว่างวัตถุและสภาพแวดล้อมศึกษาการทำงานของปรากฏการณ์เหล่านี้และความหมายของวัตถุเหล่านั้นแต่ละองค์ประกอบด้วยฟังก์ชั่น จากนี้มันหมดอายุว่าวัตถุประกอบด้วยหน่วยการทำงานและทำหน้าที่เป็นกลไกเต็มเปี่ยม

วิธีการตีความที่ครอบคลุม - อธิบายวัตถุประสงค์ของการวิจัยโดยใช้วิธีการที่แตกต่างกันเพื่อศึกษาจากทุกด้านส่วนประกอบทั้งหมดและเพื่อให้ส่วนประกอบแต่ละชิ้นมีความสำคัญ บ่อยครั้งที่อธิบายเรื่องวิชาวิธีการที่ใช้ไม่เพียง แต่ในสาขาวิทยาศาสตร์ที่ศึกษา แต่ยังอยู่ในสาขาวิทยาศาสตร์อื่น ๆ

วิธีการของระบบพิจารณาองค์ประกอบแต่ละส่วนของปรากฏการณ์ที่กำลังศึกษาเป็นระบบและอธิบายการเชื่อมต่อระหว่างระบบเหล่านี้ในสิ่งมีชีวิตเดียว ดังนั้นปรากฏการณ์ภายใต้การศึกษาจึงกลายเป็นระบบที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนซึ่งโต้ตอบกับสิ่งแวดล้อม ความสมบูรณ์และการเชื่อมโยงกันของระบบถูกกำหนดโดยความซับซ้อนของกระบวนการของโครงสร้างและระบบย่อยทั้งหมดที่ก่อให้เกิดระบบของวัตถุ แต่ทั้งระบบไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผลรวมของอิทธิพลขององค์ประกอบมันสังเคราะห์พวกเขาเพื่อให้บรรลุการดำเนินการที่กลมกลืนซึ่งระบบย่อยทั้งหมดมีปฏิสัมพันธ์และในกระบวนการของฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อเหล่านี้จะถูกดำเนินการ วิธีการของระบบจะช่วยให้เห็นว่าระบบเป็นการรวมกันของระบบย่อยหรือในทางกลับกันเป็นระบบย่อยของระบบที่ซับซ้อน

การตีความเป็นจิตวิทยา

การตีความทางจิตวิทยาเป็นกระบวนการที่นักจิตวิทยา (ในการปรึกษาเชิงจิตวิทยา) อธิบายให้ลูกค้าฟังถึงความหมายของการกระทำของเขา

ตัวอย่างการตีความทางจิตวิเคราะห์: การตีความความฝันการเชื่อมโยงและสัญชาตญาณของมนุษย์ ความฝันนั้นสมเหตุสมผลแน่นอนมันสามารถอธิบายได้ถ้าเราติดตามกิจกรรมประสบการณ์และความรู้สึกของบุคคลในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ทั้งหมดนี้สามารถแสดงเป็นภาพสัญลักษณ์ในความฝันและเพียงอย่างเดียวเนื่องจากการตีความที่ถูกต้องเราสามารถเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งของพวกเขา การเชื่อมโยงที่เกิดจากการนอนหลับก็จะตีความเช่นกัน มันเป็นไปได้ที่จะตรวจสอบความถูกต้องของการตีความความฝันโดยนักวิเคราะห์หากปฏิกิริยาบางอย่างเกิดขึ้นในการตอบสนองที่สอดคล้องกับการตีความคำของนักจิตวิทยา

การตีความมีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งในการศึกษาทางจิตวิทยาที่มีความซับซ้อนของปรากฏการณ์ มันขึ้นอยู่กับการแลกเปลี่ยนมูลค่าและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างวิทยาศาสตร์แนวคิดและทฤษฎีการใช้ความรู้ประเภทต่าง ๆ ความคิดรูปแบบต่าง ๆ เกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและการพัฒนา

เมื่อใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์บทบัญญัติรูปแบบความรู้ที่นำมาจากวิทยาศาสตร์อื่น ๆ จำเป็นต้องชี้แจงความหมายของพวกเขาและเพื่อเปิดเผยความหมายทางจิตวิทยาของตำแหน่งนี้ การเปรียบเทียบความรู้สึกทั้งสองนี้ได้รับทำให้เราสามารถใช้การค้นพบทางจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ได้อย่างถูกต้อง บางครั้งมันเกิดขึ้นว่ากระบวนการแลกเปลี่ยนข้อสรุปและตำแหน่งระหว่างวิทยาศาสตร์นั้นซับซ้อนมากเนื่องจากมีหมวดหมู่ที่เรียกว่าเหมือนกัน แต่แต่ละวิทยาศาสตร์ให้ความหมายที่แตกต่างกันเพราะสิ่งนี้ความหมายที่แท้จริงของแนวคิดนั้นหายไป วัตถุที่ถูกตีความยังมีความหมายหลักและการกำหนดความหมายอย่างน้อยหนึ่งความหมายนั้นทำให้การรับรู้ของมันซับซ้อนยิ่งขึ้น

ในการวิจัยทางจิตวิทยาและการสอนความรู้ที่ได้รับจากวิทยาศาสตร์อื่น ๆ และใช้ในการตีความปรากฏการณ์ควรเป็นมนุษยธรรมมากขึ้นในธรรมชาติเพื่อการรับรู้ที่ดีขึ้นและการตีความของความหมายที่แท้จริงของพวกเขาซึ่งมีความสำคัญทันที

ในการตีความทางจิตวิทยามีความจำเป็นต้องเปรียบเทียบความรู้ทางวิทยาศาสตร์และประสบการณ์เชิงประจักษ์ของแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง กฎหมายทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถเปิดเผยความหมายทั้งหมดของปรากฏการณ์ที่กำลังศึกษาอย่างเต็มที่โดยไม่คำนึงถึงอิทธิพลทางอัตวิสัยของบุคคล

การใช้การทดสอบโดยนักจิตวิทยาในการให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลนั้นจะคล้อยตามการวิจารณ์อย่างแม่นยำเพราะการตีความซึ่งอยู่ในการทดสอบเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแสดงคุณสมบัติทั้งหมดของบุคคลได้อย่างเต็มที่

การแปลความหมายของผลการทดสอบควรเป็นที่เข้าใจได้ของลูกค้าวิธีหนึ่งในการตีความสามารถนำมาใช้ได้

การตีความเชิงอธิบายผลการทดสอบอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของวัตถุ

การตีความทางพันธุกรรมอธิบายว่าเรื่องนี้ถึงระดับการพัฒนาในปัจจุบันอย่างไร

การตีความเชิงพยากรณ์มุ่งเน้นไปที่การทำนายอนาคต

การตีความการประเมินผลประกอบด้วยคำแนะนำสำหรับล่าม

ในด้านจิตวิทยาการตีความภาพมักเป็นเทคนิคที่ใช้กันได้รูปภาพบอกเกี่ยวกับความรู้สึกลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ของบุคคล ภาพวาดเป็นภาพการฉายภาพโลกภายนอกของบุคคลภายนอกในกรณีนี้ลงบนกระดาษ เขาสามารถบอกเกี่ยวกับลักษณะของบุคคลประสบการณ์ปัจจุบันของเขาลักษณะส่วนบุคคล การประยุกต์ใช้รูปภาพในจิตวิทยาเรียกว่าวิธีการฉายภาพและมีความหมายพิเศษระหว่างวิธีการอื่น ๆ เนื่องจากการใช้คุณลักษณะของบุคคลจะถูกเปิดเผยได้ดีขึ้น

การตีความภาพมีตัวบ่งชี้สองประเภทซึ่งนักจิตวิทยาให้ความสนใจในคำอธิบาย ที่แรกก็คือสิ่งที่ถูกวาดอย่างแน่นอนองค์ประกอบโดยรวมที่สองคือวิธีการวาดองค์ประกอบโครงสร้างของการวาดวิธีการวาด ศึกษาภาพวาดของคนคนหนึ่งจากนั้นตามวิธีการวาดภาพของเขาตามสไตล์คุณสามารถเรียนรู้ระหว่างภาพวาดอื่น ๆ

การตีความภาพให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อตัวบ่งชี้ดังกล่าวซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับเนื้อเรื่องโดยรวมของภาพ องค์ประกอบโครงสร้างดังกล่าว ได้แก่ : ตำแหน่งของรูปแบบ, สัดส่วน, สไตล์การทำสี, ความดัน, ความรุนแรงของเส้น, อัตราการลบ, รายละเอียดและส่วนประกอบอื่น ๆ ของรูปแบบที่ปรากฎ

การตีความในวรรณคดี

ในวรรณคดีจำเป็นต้องแปลความหมายของข้อความเพื่อแปลความหมายซึ่งผู้เขียนเขียนไว้เพื่ออธิบายการเชื่อมต่อที่ซ่อนอยู่และอธิบายความหมายของมัน

ข้อความเดียวกันสามารถตีความได้หลายครั้งหลายครั้งด้วยวิธีที่แตกต่างกันดังนั้นความเป็นกลางในการตีความจึงไม่สำคัญมาก การตีความงานมีอิทธิพลอย่างมากต่อบุคลิกภาพของล่ามความสำคัญทั้งหมดของการตีความอาจขึ้นอยู่กับอคติและทัศนคติของเขา นอกจากนี้ยังมีความสำคัญในยุคที่มันเป็น

การตีความของข้อความเพราะสิ่งนี้สัมพันธ์กันเสมอ

ตัวอย่างของการตีความข้อความ: บุคคลที่ตีความข้อความที่อาศัยอยู่ในศตวรรษเก่าและได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ทางสังคมประวัติศาสตร์ที่ทิ้งรอยประทับไว้บนความเข้าใจข้อความ ผู้ร่วมสมัยมองที่งานเดียวกันในวิธีที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงพวกเขาตีความมันผ่านความเข้าใจในความหมายสมัยใหม่ พวกเขาสามารถเห็นความหมายเช่นนี้ในข้อความซึ่งบรรพบุรุษของพวกเขาไม่ได้คาดเดา แต่ในเวลาเดียวกันพวกเขาไม่สามารถเข้าใจความคิดของเขาได้อย่างเต็มที่ ในยุคใดในประวัติศาสตร์ภายใต้อิทธิพลของบุคลิกภาพของนักแปลคือความหมายที่แท้จริงซึ่งผู้เขียนเขียนไว้ไม่สามารถเข้าใจได้โดยใครและไม่เคยมี

การตีความวรรณคดีมีลักษณะเฉพาะของตนเองในช่วงประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน

ในสมัยโบราณการตีความถูกนำมาใช้เพื่อเปิดเผยความหมายของสัญลักษณ์เปรียบเทียบอุปมาอุปมัยที่งานวรรณกรรมมีความอิ่มตัว มันถูกตีความไม่เพียง แต่ข้อความโดยทั่วไป แต่ยังรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบในข้อความ

ในยุคกลางการตีความเป็นวิธีพื้นฐานสำหรับการทำความเข้าใจข้อความส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้กับการตีความพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์ไบเบิล

ในยุคของยุคใหม่ความหมายของการตีความก็ยิ่งกว้างขึ้นมันกลายเป็นทิศทางปรัชญาที่มากขึ้นและเริ่มถูกนำไปใช้ในทิศทางที่แตกต่างกัน

การตีความเช่นการรับรู้ของความหมายโดยธรรมชาติในการทำงานของผู้เขียนซึ่งเขาเป็นแหล่งที่มาหลักของความคิดของข้อความนี้ และเพื่อให้เข้าใจความหมายของผู้แต่งได้ดียิ่งขึ้นก็จำเป็นที่จะต้องรู้ถึงบุคลิกของเขา การศึกษาชีวประวัติของผู้เขียนจะทำให้เป็นไปได้ที่จะรู้สึกว่าเขาได้รับอิทธิพลซึ่งอาจรบกวนเขาในเวลานั้นการถ่ายโอนดังกล่าวมีส่วนช่วยในการตีความที่มีคุณภาพสูง

การตีความก็เริ่มที่จะเข้าใจว่าถอดรหัสรหัสข้อความซึ่งเป็นตัวแทนจากองค์ประกอบโครงสร้างของข้อความ ในกรณีนี้ความหมายไม่ได้มาจากตัวตนของผู้แต่งและทัศนคติของเขา ข้อความนั้นเพียงพอในตัวเองและมีลักษณะโครงสร้างเชิงวัตถุลักษณะเหล่านี้มีความหมายที่แท้จริง

การตีความในยุคหลังสมัยใหม่เป็นที่เข้าใจกันว่าเป็นเทคนิคที่ข้อความวรรณกรรมเต็มไปด้วยความหมาย ในวิธีการนี้งานของผู้เขียนไม่ได้ถูกวางไว้ความหมายของมันไม่ได้ถูกกำหนดโดยองค์ประกอบโครงสร้างและลักษณะของข้อความ ความหมายของงานนั้นเป็นที่เข้าใจในกระบวนการอ่านนั่นคือผู้อ่านเองเติมข้อความด้วยค่าที่เขาเข้าใจเป็นการส่วนตัวผ่านปริซึมของคุณลักษณะส่วนบุคคลและประสบการณ์ชีวิตซึ่งส่งผลต่อความเข้าใจและความตระหนักในความหมาย แต่ความหมายนี้เป็นจริงเฉพาะในช่วงเวลาที่กระบวนการอ่านเกิดขึ้นเพราะในสาระสำคัญไม่มีความหมายเดียวในการทำงานถ้ามันเปลี่ยนจากผู้อ่านหนึ่งไปยังอีก ออกมาจากความหมายต่าง ๆ ของการตีความมันเป็นการยากที่จะลดความหมายทางวิทยาศาสตร์และสร้างความหมายเดียว

การตีความหมายเป็นการรับรู้ส่วนบุคคลของงานวรรณกรรมที่ให้ความหมายขอบคุณความเป็นไปได้ทางปัญญาของสิ่งที่กำลังอ่าน บางครั้งข้อความหนึ่งมีความหลากหลายทำให้ตีความได้ว่าในอีกด้านหนึ่งนั้นรบกวนการรับรู้ของมันเพราะความคิดบางอย่างของล่ามก่อนหน้านั้นทรยศอิทธิพลของพวกเขา แต่ในทางกลับกันมันหมายถึงความร่ำรวยของข้อความความน่าสนใจและความหมาย

ตามที่กล่าวมาแล้วในวรรณคดีแนวคิดของการตีความเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้กำหนดไว้ เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าการตีความความหมายเกิดขึ้นผ่านระบบคุณค่าของผู้แปลเองซึ่งเป็นผู้เลือกสาขาการตีความ

ดูวิดีโอ: การตความ การสรปความ - สอการเรยนการสอน ภาษาไทย (ธันวาคม 2019).

Загрузка...